รีวิว iPhone 13 เปิดตัวแล้ว ราคาเริ่มต้น 25,900 บาท พร้อมให้ทุกคนจับจองแล้ว

สมการรอคอยสมาร์ทโฟนกับสาวก I Phone ที่ทางแอปเปิลได้เปิดตัว I Phone 13 Series มีทั้งหมด 4 รุ่น iPhone 13 mini , iPhone 13 , iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

เรามาเริ่มกันที่รุ่น iPhone 13 mini , iPhone 13 มาพร้อมกับขนาด 6.1 นิ้ว หน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว จอภาพ OLED Super Retina XDR ซึ่ง 2 รุ่นนี้จะเหมือนกัน ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ด้านหลังเป็นกระจกและอลูมิเนียม และยังรับรอง 5Gที่สามารถใช้งานได้หลากหลายทั่วโลกกว่า 200 เครือข่าย 60 ประเทศ

ที่เพิ่มเติมคือความสว่างมากถึง 28% ชิป Apple A15 Bionic มี 6 Core แบ่งออกเป็น 2 Coreตัวแรง และ 4 Core เป็นแบบเสถียร ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ที่ออกมา การประมวลผลด้านกราฟิก (GPU) เพิ่มมาเป็นแบบ Qual Core GPU ให้ประสิทธิภาพแรงขึ้น 30% ด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นทำให้การทำงานแบบ realtime การแสดงผลแบบ 3D ได้ดีเลยทีเดียว ยังรวมไปถึงกล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล F1.6 เพิ่มเทคโนโลยีการถ่ายภาพนิ่งผ่าน Sensor Shift ส่วนกล้อง Ultra Wide ความละเอียดก็อยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับรูรับแสงมากขึ้น กล้องวีดีโอสามารถเก็บรายละเอียดได้มากขึ้นได้โฟกัสที่แม่นยำ เมื่อเรามอง กล้องจะโฟกัสที่บุคลได้เลยและยังทำการ Auto Tracking AF มีการรับรองการแสดงผล Doldy Vision ความละเอียดของกล้อง12 ล้านพิกเซลเพียงตัวเดียว

ความยาวนานของแบตเตอรี่ iPhone 13 mini มากขึ้น 1.5 ชั่วโมง และ iPhone 13 สามารถใช้งานนานขึ้น 2.5 ชั่วโมง รับรองที่ชาร์จไร้สาย โหมด Smart Data ตัวช่วยประหยัดพลังงาน มีระบบการป้องกันความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

รายละเอียดของ iPhone 13 Mini              

  • ขนาดตัวเครื่อง 131.1 x 2 x 7.65 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 164 กรัม
  • หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1170 x 2532 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A15 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :128 / 256 / 512GB
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 15
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM
  • ระบบเสียง
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 2 ตัวด้วยกันประกอบด้วย
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F4 มุมมอง120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : ชมพู, น้ำเงิน, ดำ, ทอง และ แดง Product Red
  • รายละเอียดของ iPhone 13
  • ขนาดตัวเครื่อง 146.7 x 5 x 7.65 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 135 กรัม
  • หน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1080 x 2340 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A15 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว 128 / 256 / 512GB
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM
  • ระบบเสียง
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 2 ตัวด้วยกันประกอบด้วย
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับ Sensor Shift
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F4 มุมมอง120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : ชมพู, น้ำเงิน, ดำ, ทอง และ แดง Product Red

มาถึงรุ่น iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ที่มาพร้อมกับเครื่องสแตนแลสเหมือนเดิมโดยมีสีใหม่คือ Sierra Blue ด้านหลังยังคงเหมือนเดิม Ceramic Shield ตัวชิป Apple A15 Bionic นั้นเหมือนกับรุ่น iPhone 13 ต่างที่ตัว iPhone 13 Pro จะได้ RAM เยอะกว่า จอแสดงผลแบบ Super Retina XDR มีการปรับปรุงและเพิ่มความสว่าง1000-1200 nits หน้าจอ Promotion ปรับการตั้งค่าแสดงผลได้ 10-120 Hz โดยอัตโนมัติ การเคลื่อนไหวและภาพ ทั้งหมดจะแสดงผลโดย OLED

กล้องของ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max สามารถซูมได้ถึง 3 เท่า ความละเอียดกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล F1.5 เพิ่มความคมชัดในโหมดกลางคืนได้ดีขึ้น Ultra Wide รองรับ Auto Focus และความสว่างมากขึ้นกว่าเดิม และสามารถถ่ายภาพระยะใกล้ หรือ Macro ได้ ด้วยเลนส์ Ultra Wide และยังสามารถปรับสีผิวของคนนั้นให้สว่างหรือมืดได้ด้วย Skin Tone และยังปรับพื้นหลังแบบแยกได้อีกด้วย การถ่ายวีดีโอกล้องได้เพิ่มระบบโฟกัสและฟีเจอร์ Cinematic Camera มีการรับรอง ProRes Video ทำงานผ่าน A15 Bionic และความละเอียด 4K สามารถทำงานจบในเครื่อง แบตเตอรี่ของ iPhone 13 , iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max เมื่อเทียบกับ iPhone 12 แล้วนั้นใช้ได้ยาวนานกว่า 1.5 ชั่วโมงและมากกว่า, iPhone 12 Pro ถึง 2.5 ชั่วโมง

รายละเอียดของ iPhone 13 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง 7 x 71.5 x 7.65 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 203 กรัม
  • หน้าจอขนาด 1 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1170 x 2532 อัตราส่วน 5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut พร้อมเทคโนโลยี Pro Motion 120Hz
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A15 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :128 / 256 /512GB และ 1TB
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM
  • ระบบเสียง
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 3 ตัวด้วยกันประกอบด้วย
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง 5 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง 8 มุมมอง120 องศา
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 3 เท่าแบบ Optical PDAF พร้อมกับระบบ Sensor Shift
  • LiDAR Sensor
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : Silver, Graphite, Gold, Sierra Blue

รายละเอียดของ iPhone 13 Pro Max

  • ขนาดตัวเครื่อง 160.8 x 1 x 7.65 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 238 กรัม
  • หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1284 x 2778 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut พร้อมเทคโนโลยี Promotion 120Hz
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68 กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A15 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :128 / 256 /512GB และ 1TB
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM
  • ระบบเสียง
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 3 ตัวด้วยกันประกอบด้วย
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F5 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F8 มุมมอง120 องศา
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 3 เท่าแบบ Optical PDAF พร้อมกับระบบ Sensor Shift
  • LiDAR Sensor
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (20W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : Silver, Graphite, Gold, Sierra Blue
  • ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
  • untitled-6
  • iPhone 13 mini : สตาร์ไลท์, มิดไนท์, น้ำเงิน, ชมพู และ (PRODUCT)RED)
  • iPhone 13 mini ขนาดความจุ 128GB ราคา 25,900 บาท
  • iPhone 13 mini ขนาดความจุ 256GB ราคา 29,900 บาท
  • iPhone 13 mini ขนาดความจุ 512GB ราคา 37,900 บาท
  • iPhone 13 : สตาร์ไลท์, มิดไนท์, น้ำเงิน, ชมพู และ (PRODUCT)RED)
  • iPhone 13 ขนาดความจุ 128GB ราคา 29,900 บาท
  • iPhone 13 ขนาดความจุ 256GB ราคา 33,900 บาท
  • iPhone 13 ขนาดความจุ 512GB ราคา 41,900 บาท

ราคา iPhone 13 Pro (กราไฟต์, ทอง, เงิน และ เซียร์ร่าบลู)

  • iPhone 13 Pro ขนาดความจุ 128GB ราคา 38,900 บาท
  • iPhone 13 Pro ขนาดความจุ 256GB ราคา 42,900 บาท
  • iPhone 13 Pro ขนาดความจุ 512GB ราคา 50,900 บาท
  • iPhone 13 Pro ขนาดความจุ 1TB ราคา 58,900 บาท
  • ราคา iPhone 13 Pro Max (กราไฟต์, ทอง, เงิน และ เซียร์ร่าบลู)
  • iPhone 13 Pro Max ขนาดความจุ 128GB ราคา 42,900 บาท
  • iPhone 13 Pro Max ขนาดความจุ 256GB ราคา 46,900 บาท
  • iPhone 13 Pro Max ขนาดความจุ 512GB ราคา 54,900 บาท
  • iPhone 13 Pro Max ขนาดความจุ 1TB ราคา 62,900

ถ้าใครอยากเป็นเจ้าของ iPhone 13 สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาเป็นต้นไป ในส่วนของราคาแต่ละที่นั้นคงไม่นานเกินรอ

baaitz

Next Post

ไอ-ไอรีน AI สาวสวย Influencer สัญชาติไทย Metaverse Human เน็ตไอดอลเสมือนจริงคนแรกของประเทศ

Wed Sep 29 , 2021
ไอรีน สาวผมบ๊อบ วัน 21 ปี สูง 165 เซนติเมตร หน้าตาโดดเด่นที่ยังมีความสามารถที่เก่งอีกด้วยเพราะเธอคือ Metaverse Human คนแรกของประเทศไทย พูดง่ายๆ ก็คือ คนที่ถูกสร้างขึ้นมาบนโลกเสมือนจริงนั้นเอง หน้าที่ของเธอคือ ทำลายทุกข้อขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ พร้อมให้บริการถึงความเป็นไปได้ในโลกของธุรกิจแห่งยุคโควิด สำหรับคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจในตัวเธอนั้น เธอพร้อมลุยกับทุกปัญหา กล้าพุงชนไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตาม และการแก้ปัญหาที่มาพร้อมกับเหตุผลเต็มเปี่ยม ชอบทดลองอะไรที่แปลกใหม่ อาชีพหลักของเธอคือ ครีเอทีฟ โพสต์อื่นๆ:HUAWEI มาเหนือ! เปิดเผยสมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่ Mate 30 Pro ด้วยกล้องหลัง 4 ตัว เตรียมเปิดตัว 19 ก.ย. ...เปิดโบรชัวร์ Thailand Mobile Expo 2020 งานมือถือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย งานแรกของปีHauwei Y9 2019 สมาร์ทโฟนหน้าจอกว้าง กล้องหน้าคู่ ราคาสุดคุ้มApple เปิดตัว […]